คลังเก็บรายเดือน: กันยายน 2016

REVIEW Projector EPSON EB-X36

REVIEW Projector EPSON EB-X36 ครบเครื่องสำหรับใช้ในออฟฟิศ

ถ้าพูดถึงโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศ สำนักงาน หรือบริษัทต่างๆ หลายคนก็จะนึกถึง Epson ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยม และส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในไทยมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว

 

ตอนนี้ Epson ได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ EB-X36 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถใช้กับทั้งพีซีและเครื่องMac รวมถึงยังรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPad หรือแม้แต่ Apple TV ได้อีกด้วย

 

 

ดีไซน์และการออกแบบ

โปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 ถือเป็นรุ่นท็อปในระดับใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชัน แต่ขนาดของเครื่องไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย โดยมีความกว้างยาวอยู่ที่ 269 x 297 มิลลิเมตร และหนาเพียง 87 มิลลิเมตร ด้านหน้าของเครื่อง มีการออกแบบให้ช่องระบายความร้อนอยู่ด้านหน้าเครื่อง ทำให้เวลาใช้งานถ้าวางกลางโต๊ะ จะไม่ทำให้คนที่ทำงานด้านข้างรู้สึกร้อนไปด้วยแบบเครื่องยี่ห้ออื่น

 

 

ด้านบน เป็นแผงควบคุม มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, เพิ่มลดเสียง, เข้าเมนู, ปรับการใช้งานต่างๆ, ช่องเตือนระบบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่องและรุ่นใหม่ที่ออกมายังมีปุ่ม HOME ที่สามารถควบคุมการทำงานต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ

 

 

ด้านล่าง พร้อมขาตั้งในตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลังมุมซ้ายขวาสามารถปรับเอียงซ้ายขวาได้ตามใจท่านชอบเลยครับ

 

 

ด้านหลังเป็นแผงเชื่อมต่อซึ่งมีหลายช่องทางมากๆ

• HDMI 1 พอร์ต
• VGA 1 พอร์ต
• S-Video
• ช่องต่อแบบ AV 1 ชุด , พร้อม Audio ขาว-แดง
• ช่อง USB – B 1 พอร์ต
• รองรับ USB 1 พอร์ต
ส่วนกลมๆ ที่เห็นด้านขวาสุดจะเป็นเซ็นเซอร์ ตัวรับสัญญาณรีโมทครับ

 

USB Wireless LAN Adapter

รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ โดยต้องใช้อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่านช่อง USB Wireless LAN Adapter ELPAP10

เมื่อเปิดไฟล์นำเสนองานอย่าง Keynote ก็แสดงผลได้เป็นปกติ ตัวหนังสืออ่านได้คมชัด คืออัตราความคมชัด (Contrast Ratio) มากถึงระดับ 15,000 : 1 และให้แสงได้ในระดับ 3600 lumen คือปรับสว่างจนแสบตาได้เลย Colour Brightness หรือค่าความว่างของสีเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่เวลาซื้อโปรเจ็คเตอร์ควรต้องดู ค่าความสว่างจะมีหน่วยเป็น

 

“ลูเมนส์” (Lumens) ยิ่งมีค่ามากยิ่งทําให้ภาพที่ออกมามีความคมชัดมาก ซึ่งโปรเจคเตอร์ EPSON EB-X36 จะมีค่าความสว่างของสีมากถึง 3,600 ลูแมนส์ จะเห็นว่าภาพที่ออกมาบนจอ นอกจากแสงที่สว่างแล้วยังมีสีที่ทําให้ภาพออกมาชัดเจน ลองเปิดคลิปบน YouTube ก็ให้ภาพสีสันจัดจ้าน เห็นการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นด้วย

 

 

ข้อดีอย่างหนึ่งคือมีการ Built-in ลำโพงมาให้ภายในเครื่องด้วย เราสามารถตั้งเปิดเสียงผ่านทางเครื่องโปรเจคเตอร์ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ลำโพง ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อใช้ต่อกับอุปกรณ์ที่ไม่มีลำโพงอย่างเช่น Apple TV สามารถปรับระดับความดังของลำโพงได้ด้วย โดยลองปรับให้ดังระดับสูงสุดก็ได้เสียงที่ดังมากๆ ดังไปถึงห้องข้างๆ และเสียงก็ไม่แตก แต่ถ้าใช้งานทั่วไปแค่ระดับ 4-6 ก็พอแล้ว ทดลองใช้ต่อกับ Apple TV ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านทาง HDMI ได้เลย นอกจากจะได้ภาพขึ้นจอแล้ว ยังได้เสียงออกมาทางลำโพงของเครื่องโปรเจคเตอร์อีกด้วย ทดลองใช้ดูคลิปกีฬาที่เคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ไม่มีอาการกระตุกแต่อย่างใด ในคุณภาพไฟล์ระดับ 1080p แต่สีที่ได้ค่อนข้างสดไปหน่อย สามารถไปปรับได้ในค่าโหมดสีภาพ
ภาพตัวอักษรที่ได้บนจออ่านได้ง่ายดี อันนี้ต้องยอมรับว่าหลอดภาพให้ความคมชัดสูงมากจริงๆ การปรับภาพทำได้หลายโหมด รวมถึงปรับความสว่าง, ความคม, Contrast, ค่าสีและอีกหลายค่าการแสดงผล

รุ่น EB-X36 นี้มาพร้อมช่องเสียบ USB ทำให้เราสามารถเสียบ Thumbdrive หรือ External Harddisk มาที่เครื่องได้ เมื่อปรับไปโหมด USB จะแสดงรายชื่อไฟล์ต่างๆ ขึ้นมาบนจอ รองรับไฟล์ภาพ JPEG, BMP, PNG หรือ GIF สามารถเปิดเป็น Slideshow ทั้ง Folder เลยก็ได้

ถ้าเราฉายภาพบนจออยู่แล้วอยากหยุดแสดงภาพชั่วคราว ก็มีระบบ A / V Mute คือแค่กดปุ่มบนรีโมท หรือปิดตัวเลื่อนที่อยู่ตรงเครื่องเข้ามา เครื่องก็จะทำการพักหน้าจอและปิดเสียงโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเอากระดาษหรืออะไรมาบังแสงอีกต่อไป

 

วางเครื่องไว้ด้านข้าง ก็ยังปรับภาพแสดงผลได้ปกติ

ปัญหาของการใช้โปรเจคเตอร์ในออฟฟิศอย่างหนึ่ง คือบางครั้งเราจำเป็นต้องวางตัวเครื่องในมุมด้านข้างของจอ ซึ่งปกติแล้วก็จะได้ภาพที่เอียงและเบี้ยวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู

โปรเจคเตอร์ EB-X36 นี้เครื่องจะปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูโดยอัตโนมัติ เราไม่จำเป็นต้องปรับภาพเองด้วยมือให้ยุ่งยากเลยด้วย ทำให้ไม่เสียจังหวะในการนำเสนองาน หากต้องมีการเปลี่ยนมุมของเครื่อง

 

เชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย รองรับ iPhone, iPad และ Android

ความสามารถหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของรุ่น EB-X36 นี้คือการสามารถฉายภาพแบบไร้สายผ่านทาง Wifi ได้ โดยเราสามารถแชร์หน้าจอผ่านทางโปรแกรมที่ชื่อ EasyMP Network Projection ซึ่งมีทั้งเวอร์ชันบน Mac และ PC Windows (แถมมากับ CD ในเครื่อง หรือโหลดจากเว็บ Epson ได้)

การใช้งานเริ่มจากเสียบอุปกรณ์เสริม ตัวรับสัญญาณ Wifi เข้าทางช่อง USB จากนั้นเปิดโปรแกรม EasyMP Network Projection ขึ้นมา เครื่องก็จะมองหาโปรเจคเตอร์โดยอัตโนมัติ และเราสามารถแชร์ภาพขึ้นจอได้เลย โดยไม่ต้องเสียบสายแต่อย่างใด สะดวกมากๆ การแสดงผลผ่านทาง Wifi จะสามารถควบคุมผ่านแผง Control บนหน้าจอ เช่นหยุดพักภาพชั่วคราวได้ สามารถซ่อนแผงควบคุมนี้ได้เช่นกัน นอกจากแชร์หน้าจอผ่านทางคอมพิวเตอร์แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ทั้ง iOS และ Android ขึ้นไปบนจอใหญ่ได้ด้วย โดยจะใช้งานผ่านแอพที่ชื่อ iProjection application ซึ่งสามารถโหลดได้ฟรีเลย

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

• หลอดภาพ มีอายุการใช้งานทนทาน โหมดปกติได้ 5,000 ชั่วโมง โหมดประหยัดได้นาน 10,000 ชั่วโมง
• หลอดภาพมีราคา 3,750 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ และอายุการใช้งานก็นานกว่า
• มีระบบมัลติสกรีน (Multi Screen) สามารถแสดงภาพบนจอโปรเจคเตอร์ได้สูงถึง 2 หน้าจอ
• ใช้ระบบ A/V Mute Lens Shutter ช่วยประหยัดไฟได้ถึง 70%
• การเปลี่ยนหลอดฉายภาพ สามารถถอดเปลี่ยนได้เลยโดยไม่ต้องถอดตัวเครื่องออกจากที่ เช่นเมื่อแขวนบนเพดานเหมือนโปรเจคเตอร์ทั่วไป

สรุป

จากการทดลองใช้งานโปรเจคเตอร์ Epson รุ่น EB-X36 ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่รองรับการใช้งานครบเครื่อง ทั้งการเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์อย่าง Apple TV หรือแม้แต่การแสดงผลผ่าน iPhone, iPad รวมถึงอุปกรณ์ Android

อย่างไรก็ดีการใช้งานยังมีข้อจำกัดบ้าง ในเรื่องของการแสดงผลจากสมาร์ทโฟน เนื่องจากแอพ iProjection ไม่รองรับการเปิดไฟล์วิดีโอได้ รวมถึงการติดตั้งก็ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อให้เครื่องเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ อย่างไรก็ดีการเปิดไฟล์เอกสารอย่าง PDF, Word, Excel, Power Point หรือ iWork ก็ทำได้ดี และสะดวกทีเดียว

โดยสรุปแล้วโปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 มีจุดเด่นที่ตัวเครื่องขนาดเล็ก มีความคมชัดที่สูงมาก นอกจากนั้นยังปรับภาพได้หลากหลาย ปรับภาพในมุมเอียงได้อัตโนมัติ รองรับการเชื่อมต่อจากหลายช่องทาง ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศที่ครบเครื่องทีเดียว

สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์เอปสันได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector Acer H7550ST


Acer H7550ST (Home Theater) Projector ที่ออกแบบมาเพื่อคอหนังโดยเฉพาะ รูปทรงค่อนข้างใหญ่แต่มีความแข็งแรง และทนทาน มีช่องระบายความร้อนอย่างดีเยี่ยม มาพร้อมกับลำโพง ระบบสเตอริโอในตัว กำลังเสียงมากถึง 10W

Quick Overview

ความสว่าง(ANSI Lumens)3,000
ความละเอียด(พิกเซล) Full HD (1920×1080)
Contrast เท่ากับ16,000:1
การรับประกัน ตัวเครื่อง 2 ปี หลอดภาพ 1 ปีหรือ 1,000 ชม.

Connectivity-ช่องต่อสัญญาณ

ช่องต่อ พอร์ต HDMI ข้างในที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเครื่องเอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับ Wireless Adapter พอร์ตด้านนอกก็สามารถเชื่อมต่อได้เหมือนกัน แต่ควรใช้ต่อกับอุปกรณ์อื่นๆดีกว่า

ช่องต่อทั้งหมดของ Acer H7550ST

1.HDMI x 3
2.RS232
3.USB
4.DC 5V Out
5.S Video
6.VGA In
7.VGA Out
8.Component
9.Audio In
10.Audio Out
11.AC In

Picture

เลนส์ฉายภาพรูรับแสงกว้าง F2.6วงแหวนซูมภาพ เข้า-ออกแผงควบคุม ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ

Picture 3D

Sound

ระบบเสียงของลำโพงถือว่าเยี่ยมครับ เพราะมีลำโพงติดตั้งมาในเครื่องถึงสองตัว ซ้าย-ขวา ที่ให้พลังเสียงข้างละ 10W รวมเป็น 20Wเจ๋งจริงๆ

จุดเด่นของ Projector Acer H7550ST รุ่นนี้ยังไม่หมด ตัวเครื่องสามารถใช้งานไร้สายได้อีกด้วย สามารถแชร์กันได้ตั้ง 4 เครื่อง พร้อมๆกัน สะดวกสบาย ไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งยาก

อุปกรณ์ที่มากับตัวสินค้ามีอะไรบ้างเรามาดูกันครับ

– กระเป๋าโปรเจคเตอร์
– แว่นตาสามมิติแบบ Active x 2
– คู่มือการใช้งาน
– สายไฟ AC Power
– สาย HDMI

จบแล้วครับสำหรับการรีวิวโปรเจคเตอร์ในครั้งนี้ หากมีการผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับผม ฝากทิ้งท้ายไว้สำหรับเว็บไซต์ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector Benq MX660P

REVIEW Projector Benq MX660P โปรเจคเตอร์ 3D DLP Ready การนำเสนองานที่มาพร้อมกับ PC-Free และ USB Display

PC–Free

คุณสมบัติในการฉายภาพโดยตรงจากอุปกรณ์ USB Drive โดยไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จึงเพิ่มทางเลือกในการนำเสนองานได้มากขึ้น ผู้ใช้สามารถบันทึกไฟล์ลงใน USB Flash Drive แล้วนำไปเสียบที่พอร์ท USB Type-A เพื่อฉายภาพได้ทันที เพื่อความสะดวกสบายของคุณ

USB Display

เป็นคุณสมบัติในการฉายภาพโดยการเชื่อมต่อสายเคเบิล USBType-B เพื่อทำการรับส่งสัญญาณภาพระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์และโปรเจคเตอร์ พร้อมทั้งคุณสมบัติอื่นๆที่หน้าสนใจ เช่น คุณสมบัติ 3D DLP Ready ซึ่งพร้อมสำหรับการฉายภาพในระบบสามมิติ และ คุณสมบัติ Quick Cooling อีกด้วย

Detail

ความสว่างระดับ 3000 ANSI Lumens ความละเอียด XGA (1024 x 768) ความคมชัดสูงถึง 5000:1 ทำให้ภาพที่ได้คมชัดสมจริงยิ่งขึ้น ตัวโปรเจคเตอร์ใช้เทคโนโลยี DLP ในการแสดงภาพโดยสามารถฉายภาพได้ขนาด 24 – 300 นิ้ว ส่วนระบบการปรับขยายภาพและการปรับความคมชัดเป็นแบบ 1.1:1 Manual Zoom and Focus ระบบการปรับแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูสามารถปรับแก้ไขได้ 40 องศาตามแนวตั้ง (Vertical Keystone Correction)

Lamp Life

อายุการใช้งานหลอดภาพยาวนานถึง 5000 ชั่วโมง อายุการใช้งานหลอดภาพนาน 3500 ชั่วโมงเมื่อใช้งานในโหมดปรกติและ 5000 ชั่วโมงเมื่อใช้งานในโหมดประหยัดพลังงาน

Port

MX660P มีพอร์ทเชื่อมต่อที่ครบครัน ทั้ง RGB x 2 in/1 out , HDMI , S-Video , Composite Video , Audio Stereo Mini Jack in/out , USB Type-A , USB Type-B และพอร์ท RS232 การรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี หลอดภาพ 1 ปีหรือ 1000 ชั่วโมง

สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์เบ็นคิวได้ที่ https://projectorpro.in.th

 

REVIEW Projector Epson EH-TW550

REVIEW Projector Epson EH-TW550 “ดำ…ดู…ดี”

อะไรคือ ดำ…ดู…ดี คำนิยามสั้นๆ ฟังดูงงๆ สำหรับโปรเจคเตอร์สัญชาติปลาดิบ น้องเล็กสุดในซีรี่ย์ Home Projector ยึดหัวหาดแทน MG-850HD รุ่นพี่ที่ก่อนหน้านั้นสร้างความสั่นสะเทือนวงการด้วยแท่นวาง iPod iPad และ iPhone โดยเฉพาะ ซึ่งถึงกาลต้องลงบัลลังค์ตามกำหนด

“ดำ” สีตัวเครื่องออกแบบมาให้กลมกลืนเข้ากับสภาพห้องที่ต้องควบคุมแสงเพื่อการรับชมภาพยนตร์เรื่องโปรด โดยหลีกเลี่ยงสีสะดุดตาอย่างสีขาว

แต่ด้วยคุณสมบัติความสว่าง 3000 ANSI ส่งเสริมให้โยกย้ายตำแหน่งฮวงจุ้ยจากห้องมืดสู่ห้องสว่าง อย่างเช่น ห้องประชุมขนาด 20-30 ที่นั่ง ได้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีต้องการใช้งานหลากหลายประเภท โดยเครื่องโปรเจคเตอร์เพียงเครื่องเดียว

เบื้องหน้าและเบื้องหลังเจ้าดำทรงเสน่ห์จากแดนปลาดิบ

จากความละเอียด 720P ตั้งแต่คลอดจากโรงงาน รองรับภาพยนตร์ HD สัดส่วน 16:9 ได้สมบูรณ์แบบ หรือจะโยกไปใช้งานสำหรับการนำเสนองานจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็ปเล็ต สามารถทำได้อย่างไม่ขัดเขิน เพราะช่องเชื่อมต่อที่ครบครั้น ทั้ง D-sub, HDMI, AV, S-video หรือแม้กระทั้งช่อง USB (ผ่านทางโปรแกรมเฉพาะของ Epson อย่าง Epson USB Display)

นอกจากความสว่างที่ให้มาอย่างสูงแล้ว ความคมชัดได้ยกขึ้นมาจาก MG-850HD เป็น 5000:1 ขับเฉดสีให้โดดเด่น ฉูดฉาดสมราคา และเพื่อความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ ภาพยนตร์ 3 มิติจึงเป็นสิ่งที่ทาง Epson ไม่ได้มองข้าม

จึงมาถึงที่มาของคำว่า “ดู” ซึ่งได้โปรยหัวไว้ข้างต้น การดูภาพยนตร์จึงเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่ออกแรงกดปุ่ม

การทำงาน 3D Ready และ 3D Full Format จาก HDMI

การทำงาน 3D Full Format ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวกลางในการแปลงสัญญาณภาพ เพียงแค่แหล่งต้นทางส่งสัญญาณออกมาตัวเครื่อง Epson TW550 จะทำงานเข้ารหัสภาพและฉายออกมาเป็น 3D เองโดยอัตโนมัติหรือไม่เช่นนั้นใช้การปรับด้วยตัวเครื่องเองได้เลย ในโหมดปรับรูปแบบประเภทของ 3D Format จะแบ่งเป็นดังนี้ Auto, Side by Side, Top & Bottom, 2D, Frame Packing

ลักษณะภาพยนตร์แบบต่างๆ

และเพื่อลดปัญหาการรับชมภาพยนตร์ 3 มิติขาดความต่อเนื่องด้วยพื้นฐานการทำงานของแว่น 3D บนระบบอินฟาเรด อันจะเกิดได้จากองศาของการรับชม (Line of sight) การรบกวนกันเองของคลื่นอินฟาเรดจากรีโมทคอนโทลและของตัวแว่น 3 มิติ ทาง Epson จึงได้พัฒนาระบบใหม่เพื่อตัดปัญาหาเหล่านี้ทิ้ง

เปรียบเทียบระหว่างการใช้อินฟาเรดและบูลทูธ

จากหลักการทำงานของบูลทูธผ่านความถี่ของคลื่นวิทยุ (RF) ความแม่นยำที่ได้มีค่าสูงกว่าการตอบสนองของระบบอินฟาเรด ปราศจากการรบกวนกันเองจากอุปกรณ์ภายในห้องหรือสิ่งเร้าจากภายนอก ทำให้การรับชมเป็นไปได้อย่างไม่มีสะดุด ขจัดขอบเขตองศาของการรับชมไปได้อย่างสิ้นเชิง เพิ่มอรรถรสความบันเทิงภายในบ้านได้อย่างเต็มอิ่ม

หน้าตาแว่น 3D โฉมใหม่ เสียบชาร์จไฟจากสาย USB และใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 40 ชม.

เพื่อง่ายต่อการเคลื่อนย้ายและติดตั้ง การแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูอัตโนมัติจึงเป็นสิ่งที่ทาง Epson ไม่ได้มองข้ามยังคงนำมาไว้พร้อมกับการแก้ไขคางหมูแนวนอน แต่ผู้ใช้จำเป็นต้องทำการปรับแก้ไขเอง ด้วยแถบเลื่อนบริเวณด้านบนเครื่องหรือใช้ฟังค์ชั่น Quick Corner เลือกปรับมุมแต่ละด้านได้ตามความต้องการของผู้ใช้

ปัญหาเรื่องพื้นที่ไม่อำนวยจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ด้วยการแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูแนวนอน

คงทำให้ EH-TW550 ของ Epson เป็นตัวเลือกข้อแรกๆ ของผู้ที่ต้องการใช้งานหลากประเภท ครอบคลุมทั้งความบันเทิงส่วนตัว และเน้นการทำงานคล่องตัว ด้วยราคาไม่แพงจนเกินไปรอให้คุณได้สัมผัส จับจองเป็นเจ้าของด้วยข้อ “ดี” อันมากมาย

สั่งซื้อ Epson Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th